ข่าวสารวันนี้

ตามติด ‘สแตมป์ แฟร์เท็กซ์’ เดินสายทัวร์อเมริกา จัดสัมมนามวยไทยให้ต่างชาติ

“สแตมป์ แฟร์เท็กซ์” เป็นนักชกหญิงขวัญใจชาวไทยพร้อมทั้งนักสู้หญิงแถวหน้าระดับโลก เมื่อไม่นานมานี้ แชมป์ วัน (ONE) เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ จากการต่อสู้แบบผสมผสาน รุ่นอะตอมเวต ได้มีโอกาสเดินทางมาสหรัฐฯ เป็นเวลา 10 วัน เพื่อสอนทักษะมวยไทยให้กับชาวอเมริกันเป็นครั้งแรก ติดตามได้จากรายงานพิเศษจากวีโอเอไทยตอนที่ 1

ชื่อเสียง เทคนิคจากประสบการณ์จริง พร้อมทั้งความขี้เล่น เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ สัมมนามวยไทยในสหรัฐฯ ของ “สแตมป์” นักสู้หญิงจากค่าย “แฟร์เท็กซ์” ได้รับการตอบรับอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ในกลุ่มชาวอเมริกันที่สนใจศิลปะมวยไทย

“สแตมป์ แฟร์เท็กซ์” เป็นนักกีฬาหญิงคนแรกที่ได้แชมป์ถึง 3 ประเภท ในการแข่งขันระดับโลก โดยเธอคว้าเข็มขัด วัน (ONE) เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ จากการต่อสู้แบบผสมผสาน หรือ Mixed Martial Art (MMA) พร้อมทั้งยังเป็นอดีตแชมป์โลก วัน แชมเปียนชิพประเภทมวยไทยพร้อมทั้ง คิกบ็อกซิ่ง (kickboxing) รุ่นอะตอมเวต อีกด้วย

เดือนตุลาคมที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกนักสู้หญิงไทยวัย 25 ปี ได้มีโอกาสมาสอนทักษะการต่อสู้ด้วยมวยไทย ให้กับยิมศิลปะการต่อสู้หลายแห่งในสหรัฐฯ เป็นเวลา 10 วัน

“ก็ตื่นเต้น พยายามจะทำความรู้จักเขา แต่ก็พูดภาษาเค้าไม่ได้แต่ก็อยากทำความรู้จัก” สแตมป์ได้บอกกล่าวกับวีโอเอไทยก่อนที่จะแสดงฝีมือโชว์เทคนิคมวยไทยให้กับสมาชิกยิมศิลปะการต่อสู้ในรัฐเวอร์จิเนีย

การมาของสแตมป์ หรือ ณัฐวรรณ พานทอง เป็นจังหวะเดียวกับที่ความสนใจในศิลปะแม่ไม้มวยไทยในสหรัฐฯ ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากผู้ที่ต้องการออกกำลัง ผู้ที่สนใจเรียนรู้ศิลปะป้องกันตัว ไปจนถึงผู้ที่ใช้มวยไทยในสังเวียนการต่อสู้มืออาชีพ

“มวยไทยกำลังได้รับความนิยมมากทั่วสหรัฐฯ การมีการจัดทัวร์นาเมนต์ใหญ่อย่าง วัน แชมเปียนชิพ หรือ ยูเอฟซี (UFC) พร้อมทั้งการที่มีคนบินไปเรียนมวยไทยตามค่ายต่าง ๆ ที่ประเทศไทย ทำให้คนได้รู้จักพร้อมทั้งสัมผัสกับมวยไทยที่แท้จริงมากขึ้น” คริส หรือ คริสโตเฟอร์ อะบอย (Christopher Aboy) เจ้าของยิม T.A.G. Muay Thai ที่สอนมวยไทยพร้อมทั้งศิลปะป้องกันตัวในเมืองสเตอร์ลิง รัฐเวอร์จิเนีย ได้บอกกล่าวกับวีโอเอไทย

คริสยังกล่าวอีกว่า มวยไทย “ต่างกับศิลปะการต่อสู้อื่น ๆ ที่ส่วนใหญ่แล้วคู่ต่อสู้มักจะไปสู้กันบนพื้น แต่มวยไทยนั้นแอคทีฟมาก…พวกเขาได้เคลื่อนไหวตลอด ไม่มีหยุดเลย ผมคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่คนต้องการ พวกเขาต้องการได้อะไรแบบนั้นจากศิลปะการต่อสู้”

เมื่อมองดูกลุ่มชาวอเมริกันหลายสิบคนที่มาเข้าร่วมเวิร์คชอบมวยไทยกับสแตมป์ในยิมแต่ละแห่ง จะเห็นว่า มีผู้คนทุกเพศทุกวัย พร้อมทั้งยังมีผู้หญิงจำนวนไม่น้อย ซึ่งหลายคนบอกว่าพวกเธอติดตามดูการต่อสู้ของสแตมป์ทุกแมตช์

“สแตมป์เป็นแรงบันดาลใจให้ฉัน ฉันตื่นเต้นมากเมื่อรู้ว่าเธอจะมา” โอลิเวีย ลิซซารากา (Olivia Lizzaraga) ที่มาเข้าร่วมสัมมนามวยไทยกับสแตมป์ที่ยิม Impact Martial Arts ในเวอร์จิเนียบีช รัฐเวอร์จิเนีย กล่าว

โอลิเวียยังเล่าว่าสแตมป์ทำให้เธอกลับมาฝึกมวยไทยสัปดาห์ละ 5 วันต่อสัปดาห์ หลังจากที่เคยฝึกมาพร้อมทั้งหยุดไปเมื่อเธอมีลูกคนแรก นอกจากนั้น แม่บ้านวัย 27 ปียังวางแผนที่จะลงแข่งมวยไทยพร้อมทั้งการต่อสู้แบบผสม ตามรอยสแตมป์ในอนาคตอันใกล้อีกด้วย

“ฉันเห็นว่ามีผู้หญิงมากขึ้นที่เข้ามาฝึกมวยไทยพร้อมทั้งศิลปะการต่อสู้ พร้อมทั้งฉันก็คิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดี มันสำคัญมากที่ผู้หญิงจะเรียนรู้ที่จะป้องกันตัวเอง ฉันคิดว่าตอนนี้มียิมหลายแห่งที่เปิดสอน มีคลาส ซึ่งทำให้ผู้หญิงอยากมาเรียนรู้มากขึ้น นอกจากนั้น การได้เห็นสแตมป์ พร้อมทั้งนักสู้หญิงคนอื่น ๆ ในไฟต์ต่าง ๆ มันยิ่งทำให้ฉันคิดว่า ฉันก็น่าจะทำได้เหมือนกัน” โอลิเวียกล่าว

การมาสอนทักษะพร้อมทั้งเทคนิคมวยไทยให้กับผู้สนใจในอเมริกาครั้งนี้ เป็นการเดินทาง 8 รัฐจากฝั่งตะวันตกสู่ฝั่งตะวันออกของอเมริกา เป็น 10 วันที่แน่นพร้อมทั้งเหนื่อย แต่สแตมป์บอกว่าเธอรู้สึกสนุก พร้อมทั้งหวังว่าจะได้กลับมาจัดเวิร์คชอบอีกครั้ง

“หลายคนที่มาในงานสัมมนา เขาจะพูดกับหนูว่าหนูเป็น inspiration (แรงบันดาลใจ) ของเขา มันทำให้หนูรู้สึกตื้นตันมากที่ทำให้คนคนหนึ่งมีแรงใจในการซ้อม ในการทำอย่างที่เขาชอบ” สแตมป์กล่าว

“หนูก็ดีใจค่ะที่มาสอนให้พวกเขา ซึ่งหลาย ๆ คนเป็น fighter ที่เอาไปใช้ได้ หลายคนก็แบบเป็นนักกีฬาที่มาซ้อมเฉย ๆ ไม่ได้ไปต่อย ก็ได้รู้เทคนิคนี้ไป…รู้สึกว่าวัฒนธรรมของเราทำให้หลาย ๆ คนยอมรับมากขึ้น เพราะมวยไทยเป็นของไทยดั้งเดิมอยู่แล้ว ซึ่งต่างชาติพอเข้ามาเรียนรู้ แล้วก็ซึมซับ อยากจะเป็น อยากจะทำ ทำให้เรารู้สึกว่า ถ้าเทียบกับสิ่งของ มันก็เหมือนของขึ้นชื่อ ก็ดีที่ทุกคนให้การยอมรับกับวัฒนธรรมของไทย”

Exit mobile version